ขับเคลื่อนสังคมไทยสู่จักรยานยนต์ปลอดภัย

ขับเคลื่อนสังคมไทยสู่จักรยานยนต์ปลอดภัย # ขับเคลื่อนไทยปลอดจากภัยจยย.
# Social Mobilization for Motorcycle Safety
# มอไซปลอดภัย

#ใครใช้ถนนต้องคิดตามเพจนี้ #ทำไมเด็กไทยขี่จยย. เร็วไปรร. ? #รถบิ๊กไบค์ช่วยให้ปลอดภัยกว่าจยย. ทั่วไปจริงไหม? #ทำไมผู้ใช้จยย. ไทยอัตราตายสูงสุดในโลก!? #วิธีเลือกซื้อ ดูแล และใช้จยย. อย่างปลอดภัยโดยช่างเชี่ยวจยย. ที่ไม่สังกัดบริษัทใด.. # ขับเคลื่อนสังคมไทยสู่จยย. ปลอดภัย!
# มอไซปลอดภัย ใครๆบนถนนก็ปลอดภัย
#ชีวิตผู้ใช้จยย.นั้นสำคัญ!

ถูกใจ ต้องอย่างงี้!
02/07/2026

ถูกใจ ต้องอย่างงี้!

WHO เดินหน้าจัดทำแนวทางกฎหมายความปลอดภัยทางถนนฉบับใหม่ มุ่งรับมือความเสี่ยงยุคใหม่ ลดผู้เสียชีวิตทั่วโลก

องค์การอนามัยโลก (WHO) เดินหน้าผลักดันการยกระดับความปลอดภัยทางถนนระดับโลก ด้วยการจัดประชุมคณะทำงานผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคระดับนานาชาติ เพื่อพัฒนา **แนวทางกฎหมายด้านความปลอดภัยทางถนนฉบับใหม่** ที่สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงของระบบคมนาคมในปัจจุบัน และมุ่งลดจำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน ซึ่งยังคงสูงถึง 1.19 ล้านคนต่อปีทั่วโลก

การประชุมครั้งแรกจัดขึ้นเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2569 โดยมีผู้เชี่ยวชาญ 17 คน จากทั้ง 6 ภูมิภาคของ WHO เข้าร่วม ซึ่งกว่า 2 ใน 3 มาจากประเทศรายได้ต่ำและปานกลาง ครอบคลุมความเชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางถนน นโยบายการขนส่ง กฎหมาย โครงสร้างพื้นฐาน สาธารณสุข และพฤติกรรมผู้ใช้ถนน

---

WHO ระบุว่า อุบัติเหตุทางถนนยังเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของเด็กและเยาวชนอายุ 5–29 ปี ขณะที่ปัจจัยเสี่ยงสำคัญในปัจจุบัน ได้แก่

- การใช้โทรศัพท์มือถือและพฤติกรรมเสียสมาธิระหว่างขับขี่
- การใช้ความเร็วที่ไม่ปลอดภัย
- โครงสร้างพื้นฐานทางถนนที่ยังไม่เอื้อต่อความปลอดภัย
- จำนวนรถจักรยานยนต์ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในหลายประเทศ

Dr Nhan Tran, Head of Safety and Mobility ของ WHO (ดูแลด้านการป้องกันการบาดเจ็บและความรุนแรง) กล่าวว่า

"กฎหมายที่มีอยู่ยังมีความสำคัญ แต่จำเป็นต้องพัฒนาให้ทันกับความเป็นจริงของการเดินทางในปัจจุบัน แนวทางใหม่นี้จะอ้างอิงหลักฐานทางวิชาการและสอดคล้องกับระบบขนส่งยุคใหม่ เพื่อช่วยปกป้องชีวิตผู้ใช้ถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ"

แนวทางกฎหมายฉบับใหม่จะให้ความสำคัญกับ 3 ประเด็นหลัก ได้แก่

1. การขับขี่ที่เสียสมาธิ (Distracted Driving) ครอบคลุมการใช้โทรศัพท์มือถือและเทคโนโลยีใหม่ภายในรถยนต์
2. การจัดการความเร็วและการออกแบบโครงสร้างพื้นฐานทางถนน เพื่อให้ถนนช่วยลดความรุนแรงของอุบัติเหตุ ไม่ใช่พึ่งการจำกัดความเร็วเพียงอย่างเดียว
3. ความปลอดภัยของรถจักรยานยนต์ รถสองล้อ และสามล้อเครื่องยนต์ โดยครอบคลุมทั้งมาตรฐานยานพาหนะ การออกแบบถนน พฤติกรรมผู้ใช้ถนน ระบบช่วยเหลือหลังเกิดเหตุ และการกำกับดูแล

---

WHO ระบุว่า การดำเนินงานครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแนวคิดสำคัญ จากการกำหนดกฎหมายเฉพาะประเด็น ไปสู่ แนวคิด "Safe System" หรือ "ระบบถนนที่ปลอดภัย" ซึ่งมองว่าความปลอดภัยต้องเกิดจากการออกแบบทั้งระบบ ทั้งคน ถนน ยานพาหนะ และการบริหารจัดการ ไม่ใช่การมุ่งเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ใช้ถนนเพียงอย่างเดียว

กระบวนการจัดทำแนวทางจะดำเนินต่อเนื่องตลอดปี 2569–2570 ผ่านการรวบรวมหลักฐานทางวิชาการ การรับฟังความคิดเห็นจากประเทศสมาชิก WHO และการประชุมระดับภูมิภาค ก่อนคาดว่าจะเผยแพร่แนวทางฉบับสมบูรณ์ภายใน ปลายปี 2570

แนวทางดังกล่าวจะเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญ เพื่อสนับสนุนเป้าหมายของสหประชาชาติในการ ลดจำนวนผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บสาหัสจากอุบัติเหตุทางถนนลงร้อยละ 50 ภายในปี 2573

---

#สสส #สอจร #ความปลอดภัยทางถนน

01/07/2026

มอเตอร์ไซค์เล็กขี่ได้ไม่ให้ซ้อนเพราะถ้าทักษะไม่พอจะมีปัญหามาก
 126cc ของญี่ปุ่น ขึ้นทางด่วนได้แต่จำกัดความเร็วจักรยานยนต์ไม่ให้เกิน 60 ถึง 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมงนะ ประมาณนั้น

เห็นด้วยอย่างยิ่ง!
01/07/2026

เห็นด้วยอย่างยิ่ง!

กรมควบคุมโรค ผนึกกำลังภาคีเครือข่าย จัดทำร่างแผนแม่บทฯสำหรับรถจักรยานยนต์ พ.ศ. 2571 - 2575 มุ่งลดอุบัติเหตุในประเทศไทย  ...
29/06/2026

กรมควบคุมโรค ผนึกกำลังภาคีเครือข่าย จัดทำร่างแผนแม่บทฯสำหรับรถจักรยานยนต์ พ.ศ. 2571 - 2575 มุ่งลดอุบัติเหตุในประเทศไทย

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย (WHO Thailand) โครงการตั้งถิ่นฐานมนุษย์แห่งสหประชาชาติ (UN-Habitat) คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติสำหรับเอเชียและแปซิฟิก (UN ESCAP) และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ศูนย์วิจัยอุบัติเหตุแห่งประเทศไทย (TARC) และสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) เดินหน้าจัดทำร่างแผนแม่บทป้องกันและลดอุบัติเหตุจากรถจักรยานยนต์ในประเทศไทย พ.ศ. 2571 – 2575 ภายใต้แนวคิด “Safe System Approach” โดยมุ่งลดการบาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน สร้างวัฒนธรรมความปลอดภัย และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน
วันนี้ (29 มิถุนายน 2569) ณ ห้องประชุม Canna โรงแรมรามาการ์เด้นส์ (Rama Gardens Hotel) นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค มอบหมายให้ แพทย์หญิงศิริรัตน์ สุวรรณฤทธิ์ ผู้อำนวยการกองป้องกันการบาดเจ็บ เป็นประธานเปิดการสัมมนาระดมความคิดเห็นต่อร่างแผนแม่บทป้องกันและลดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ในประเทศไทย พ.ศ. 2571 – 2575 โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมเข้าร่วม
แพทย์หญิงศิริรัตน์ กล่าวว่า ปัญหาการบาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนยังคงเป็นความท้าทายสำคัญของประเทศไทย โดยปัจจุบันมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนประมาณ 18,000 รายต่อปี และกว่าร้อยละ 80 เป็นผู้ใช้รถจักรยานยนต์ ซึ่งถือเป็นสัดส่วนที่สูงเมื่อเทียบกับหลายประเทศทั่วโลก กลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือช่วงอายุ 15 – 29 ปี คิดเป็นร้อยละ 32 ของผู้เสียชีวิตจากการใช้รถจักรยานยนต์ ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ ขณะที่ประมาณร้อยละ 20 เป็นกลุ่มผู้สูงอายุ นอกจากนี้ ยังพบว่าพฤติกรรมการสวมหมวกนิรภัยของผู้ใช้รถจักรยานยนต์ยังอยู่ในระดับที่น่ากังวล โดยผู้ใช้รถจักรยานยนต์ทั่วไปสวมหมวกนิรภัยเพียงร้อยละ 43 ขณะที่ในกลุ่มผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตมีอัตราการสวมหมวกนิรภัยเพียงร้อยละ 15 สะท้อนให้เห็นว่ามาตรการด้านความปลอดภัยทางถนนที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบันยังไม่เพียงพอ และจำเป็นต้องได้รับการยกระดับอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันการสูญเสียทั้งด้านชีวิต สุขภาพ และเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งนี้ อุบัติเหตุในกลุ่มผู้ใช้รถจักรยานยนต์ยังสร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศมากกว่า 1.7 ล้านล้านบาทต่อปี สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการยกระดับมาตรการป้องกัน และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อขับเคลื่อนความปลอดภัยทางถนนอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน
กรมควบคุมโรคคาดหวังว่าการรับฟังความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญและภาคีเครือข่ายในครั้งนี้จะนำไปสู่การจัดทำแผนแม่บทที่มีประสิทธิภาพ สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง และช่วยลดการสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนนได้อย่างเป็นรูปธรรม อันจะนำไปสู่การยกระดับความปลอดภัยของผู้ใช้รถจักรยานยนต์ และการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนนในสังคมไทยอย่างยั่งยืน

***********************************
ข้อมูลจาก : กองป้องกันการบาดเจ็บ/สำนักสื่อสารความเสี่ยงฯ กรมควบคุมโรค
วันที่ 29 มิถุนายน 2569

29/06/2026

ชาวมอไซค์เชียงใหม่ระวังด้วยจ้า ลุงใหญ่กลางถนน

29/06/2026
ทวงถามสคบ.คุ้มครองผู้บริโภคจากภัยจยย.ที่เป็นสินค้าอันตรายที่ต้องควบคุมฉลาก!  ผู้ประกอบการต้องทำให้ความเสี่ยงจากสินค้าหมด...
29/06/2026

ทวงถามสคบ.คุ้มครองผู้บริโภคจากภัยจยย.ที่เป็นสินค้าอันตรายที่ต้องควบคุมฉลาก! ผู้ประกอบการต้องทำให้ความเสี่ยงจากสินค้าหมดไปและโฆษณาต้องมีคำเตือนวิธีใช้ (หมวกเมา เร็ว ย้อนศร การเบรกอย่างถูกต้อง) และอันตรายที่จะเกิด #ในโฆษณามีความรู้พวกนี้ให้ไหม? ทำไมไม่?

เทคโนโลยีเสริมสร้างความปลอดภัยของรถยนต์ก้าวหน้าไปมาก  จักรยานยนต์ก็มีเทคโนโลยีใหม่ควบคุมความเร็ว ไฟส่องสว่าง การสะท้อนแ...
29/06/2026

เทคโนโลยีเสริมสร้างความปลอดภัยของรถยนต์ก้าวหน้าไปมาก  จักรยานยนต์ก็มีเทคโนโลยีใหม่ควบคุมความเร็ว ไฟส่องสว่าง การสะท้อนแสง เบรกเอบีเอสและอื่นๆแต่ประเทศไทยไม่ค่อยใส่ใจ

รถเก่าไม่มีทางปลอดภัยกว่ารถใหม่

เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 30 ปีของการทดสอบการชนของ Insurance Institute for Highway Safety (IIHS) หรือองค์กรทดสอบความปลอดภัยรถยนต์แบบไม่แสวงหากำไรที่ก่อตั้งโดยกลุ่มบริษัทประกันภัยรถยนต์ของสหรัฐอเมริกา ทางองค์กรได้นำ Chevrolet Blazer รุ่นปี 1996 และรุ่นปี 2026 มาทดสอบการชน โดยให้รถทั้ง 2 คันมาชนกัน และผลที่ได้นั้นน่าตกใจเป็นอย่างมาก

คนขับของรถรุ่นปี 2026 จะสามารถเปิดประตูและเดินลงจากรถได้ด้วยตัวเอง โดยแทบจะไม่ได้รับบาดเจ็บใด ๆ เลย ยกเว้นอาการบาดเจ็บเล็กน้อยที่เท้าขวา แต่คนขับของรถรุ่นปี 1996 นั้น อาจไม่มีโอกาสได้ลงจากรถเลย

คนขับของรถรุ่นปี 1996 จะถูกคอนโซลหน้าและคอพวงมาลัยอัดเข้ามาบริเวณต้นขา ขณะเดียวกัน Airbag ก็ทำงานและพุ่งออกมากระแทกเข้าที่คางของหุ่นทดสอบพอดี ส่งผลให้ศีรษะของหุ่นถูกผลักไปทางกระจกด้านข้าง และแรงกระแทกจากการทำงานของ Airbag นั้นรุนแรงจนทำให้คอของหุ่นทดสอบหัก และศีsษะหลุดออกจากลำตัว

ถึงแม้ Airbag จะไม่มีแรงมากพอที่จะทำให้มนุษย์จริงศีรษะขาดออกจากร่างกาย แต่การทำงานที่ผิดจังหวะและผิดตำแหน่งก็เพียงพอที่จะก่อให้เกิดการบาดlจ็บ สาหั.สที่ศีsษะและลำคอได้ ดังนั้น คนขับของ Chevrolet Blazer รุ่นปี 1996 จึงมีโอกาสสูงที่จะได้รับบาดlจ็บรุนแรงที่ศีsษะ คอ และขาทั้งสองข้างจากอุบัติเหตุครั้งนี้

การทดสอบการชนครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าความปลอดภัยของรถยนต์ได้ก้าวหน้าไปไกลเพียงใดในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา การทดสอบนี้เป็นการนำรถสองคันที่หากดูจากข้อมูลบนกระดาษแล้ว รถรุ่นปี 1996 ดูจะได้เปรียบอย่างมาก เพราะเป็นรถที่ใช้โครงสร้างแบบ Body-on-Frame ขณะที่รถรุ่นปี 2026 เป็นรถโครงสร้าง Unibody โดยปกติแล้ว หากเกิดอุบัติเหตุชนกัน รถแบบ Body-on-Frame ซึ่งมีโครงสร้างแข็งแรงกว่ามักจะได้เปรียบกว่า แต่การทดสอบครั้งนี้พิสูจน์ให้เห็นว่า การพัฒนาด้านวิศวกรรม วัสดุศาสตร์ และเทคโนโลยีความปลอดภัยตลอด 30 ปีที่ผ่านมา ทำให้รถยนต์แบบ Unibody ในปัจจุบันมีความปลอดภัยเหนือกว่ารถ Body-on-Frame ในอดีตอย่างชัดเจน

ในกลุ่มคนรักรถ เรามักจะได้ยินคำพูดว่า “รถสมัยนี้สู้รถสมัยก่อนไม่ได้” ซึ่งอาจเป็นความจริงในหลายแง่มุม ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพการขับขี่ ทัศนวิสัยในการขับขี่ หรือแม้แต่ความสวยงามของตัวรถ แต่มีอยู่เรื่องหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้นั่นคือ รถยนต์สมัยใหม่มีความปลอดภัยกว่ารถยนต์เมื่อ 30 ปีก่อนอย่างมหาศาล จนแทบไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกันได้เลย

====English====
To celebrate the 30th anniversary of IIHS crash testing, the Insurance Institute for Highway Safety recently crash-tested a 1996 Chevrolet Blazer against a 2026 model, and the results were shocking.

The driver of the 2026 Chevrolet Blazer would have walked away from the crash with only a minor injury to the right foot. The driver of the 1996 Chevrolet Blazer, however, would not have walked away at all.

The driver of the 1996 Chevrolet Blazer would have been pinned inside the vehicle as the dashboard and steering column collapsed into the driver’s lap. The airbag deployed just in time to strike the driver’s chin, sending the head toward the side window. The force was enough to break the crash test dummy’s neck, causing its head to separate from the body. While a real person would not have been decapitated by the airbag, the impact would still have caused severe injuries to the head and neck. The driver of the 1996 Chevrolet Blazer would almost certainly have suffered serious injuries to the head, neck, and both legs.

This crash demonstrates just how far vehicle safety has come over the past 30 years. It pitted two vehicles that, on paper, appeared to give the 1996 Chevrolet Blazer a significant advantage. The 1996 Blazer was a body-on-frame SUV, while the 2026 Blazer is a unibody crossover. Body-on-frame vehicles are generally stronger in vehicle-to-vehicle collisions and often fare better against unibody vehicles. However, this test shows that advances in engineering, materials, and safety technology have made today’s unibody vehicles vastly safer, even when compared with older body-on-frame SUVs.

Car enthusiasts often lament that “they don’t make them like they used to.” That may be true in many respects, but safety is not one of them. Modern cars are undeniably safer than ever before.

====繁體中文====

為了慶祝 IIHS(美國高速公路安全保險協會)碰撞測試邁入 30 週年,IIHS 近日安排一輛 1996 年 雪佛蘭 Blazer 與一輛 2026 年式 雪佛蘭 Blazer 進行正面對撞測試,結果令人震驚。

2026 年式 雪佛蘭 Blazer 的駕駛,在這場撞擊中僅會受到右腳輕傷,整體而言並無大礙,甚至可以自行走下車。但 1996 年 雪佛蘭 Blazer 的駕駛,恐怕就沒有這麼幸運了。

1996 年 雪佛蘭 Blazer 的駕駛艙在撞擊後嚴重潰縮,儀表板與方向機柱直接擠壓到駕駛雙腿,導致駕駛受困車內。安全氣囊雖然及時展開,卻正好撞擊到假人的下巴,將頭部猛力甩向側窗。撞擊力道之大,甚至直接折斷了撞擊測試假人的頸部,導致頭部與身體分離。

當然,真實人體並不會因為安全氣囊而遭到斷頭,但如此巨大的衝擊力,仍足以對頸部與頭部造成極為嚴重的傷害。因此,1996 年 雪佛蘭 Blazer 的駕駛幾乎可以確定會受到頭部、頸部以及雙腿的重傷。

這場測試充分展現了汽車安全在過去 30 年間究竟進步了多少。從規格上來看,這場對決其實對 1996 年 雪佛蘭 Blazer 相當有利。它採用的是傳統的車身分離式底盤,而 2026 年式 雪佛蘭 Blazer 則是採用承載式車身的休旅車。

一般而言,車身分離式結構在車對車碰撞時通常更為堅固,甚至經常會「撞穿」承載式車身。不過,這次測試證明,隨著車體工程、材料科技以及主被動安全系統的不斷進步,即使是現代的承載式休旅車,其安全性也早已超越許多過去的車身分離式 SUV。

許多車迷常感嘆:「現在的車,已經不像以前那樣了。」這句話在很多方面或許沒錯,但唯獨安全性不是如此。現代汽車的安全表現,毫無疑問是有史以來最出色的。

#รถเก่า

ควรรวมซากรถยนต์/จยย. เก่าด้วย ทำศูนย์รีไซเคิลทุกภาค จะได้ปรับไปใช้รถใหม่ที่ปลอดภัยกว่าได้จริงด้วย…
28/06/2026

ควรรวมซากรถยนต์/จยย. เก่าด้วย ทำศูนย์รีไซเคิลทุกภาค จะได้ปรับไปใช้รถใหม่ที่ปลอดภัยกว่าได้จริงด้วย…

ดร.ณัฐภรณ์ บัวแย้ม จาก TDRI ชี้โซลาร์เซลล์และแบตเตอรี่เป็นหัวใจพาไทยสู่เน็ตซีโร่ แต่ตอนนี้ยังขาดการจัดการต.....

ที่อยู่

มูลนิธิสถาบันศึกษานโยบายสาธารณะ เลขที่ 145/5 หมู่ที่ 1 ถนนค่ายลูกเสือสุเทพ ตำบลช้างเผือก
Hat Yai
50300

เบอร์โทรศัพท์

+6653327590

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ขับเคลื่อนสังคมไทยสู่จักรยานยนต์ปลอดภัยผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง ขับเคลื่อนสังคมไทยสู่จักรยานยนต์ปลอดภัย:

แชร์