Ev Car By คุณเอ๋

Ev Car By คุณเอ๋ ขายรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า100% ( EV car )

เราจะรวยด้วยการทำงานเท่านั้น/ส่วนโชคลาภ ....  เห้ออออออออออออออออออออออออออออออออออ 😓
01/07/2026

เราจะรวยด้วยการทำงานเท่านั้น/ส่วนโชคลาภ .... เห้ออออออออออออออออออออออออออออออออออ 😓

เคยไหม กำลังจะส่งงานสำคัญแต่แบตโน๊ตบุ๊คดันใกล้หมด ไม่มีปลั๊ก ไม่มีร้าน ไม่มีเวลาให้หาแต่ถ้าคุณมี RIDDARA RD6เรื่องแบบนี้...
30/06/2026

เคยไหม กำลังจะส่งงานสำคัญ
แต่แบตโน๊ตบุ๊คดันใกล้หมด

ไม่มีปลั๊ก ไม่มีร้าน ไม่มีเวลาให้หา
แต่ถ้าคุณมี RIDDARA RD6
เรื่องแบบนี้จะไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป

แค่เปิดรถ เสียบปลั๊ก โน๊ตบุ๊คก็ชาร์จได้ทันที
ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน งานก็เดินต่อได้แบบไม่สะดุด

นี่ไม่ใช่แค่รถกระบะ NEV ธรรมดาแต่มันคือ พลังงานสำรอง ของคนทำงานยุคใหม่

#รถกระบะ #ยานยนต์พลังงานใหม่

ให้ Ai ช่วยเจนภาพให้ครับ    #กระบะไฟฟ้า  #ริดดาร่ากระบะไฟฟ้า
29/06/2026

ให้ Ai ช่วยเจนภาพให้ครับ
#กระบะไฟฟ้า #ริดดาร่ากระบะไฟฟ้า

เมื่อไหร่จะมาครับ
29/06/2026

เมื่อไหร่จะมาครับ

⚡️พลิกโฉมวงการแบตเตอรี่โลก!! แบตเกลือจะมาแทนที่ LFP/NMC แล้วลิเธียมไปไหน? ปลดล็อคราคา ใช้งานนานขึ้น - แบตเกลือ 8,000 cycle เป้า $20/kWh — Sodium-ion ปลดล็อกตลาด EV ถูก

ถ้าบอกว่าเคมีของแบตเตอรี่สำคัญกว่าดีไซน์ตัวรถ คุณอาจยักไหล่ แต่ถ้าบอกว่าการเลือกเคมีแบตผิดประเภทอาจทำให้ราคา EV แพงกว่าที่ควรเป็นถึง 40% — นั่นเริ่มมีน้ำหนักขึ้นมา ตลาดแบตเตอรี่ปี 2026 ไม่ได้แข่งกันแค่ว่าใครวิ่งได้ไกลกว่า แต่กำลังเกิดการแบ่งงานใหม่ทั้งระบบ แต่ละเคมีกำลังหา "ตำแหน่งที่ใช่" ของตัวเองในห่วงโซ่คุณค่าที่กว้างขึ้นกว่ารถ EV อย่างเดียว และที่น่าสนใจคือ ผู้ท้าชิงที่เพิ่งก้าวเข้ามาในสนามนี้ไม่ได้ใช้ลิเธียมเลยสักอะตอม

เนื้อหาในบทความนี้จะไม่ได้บอกว่าแบตไหน "ดีที่สุด" เพราะคำตอบนั้นขึ้นอยู่กับว่าคุณจะเอาไปใช้ทำอะไร แต่จะอธิบายว่าวิศวกรแบตเตอรี่มองสนามนี้อย่างไร และทำไมการเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้นถึงอาจกระทบราคา EV ที่คนไทยจะซื้อในอีก 3-5 ปีข้างหน้า

สมรภูมิเคมีแบตเตอรี่ปี 2026

ก่อนเข้าเรื่อง ต้องทำความเข้าใจหน่วยวัดก่อน ไม่งั้นตัวเลขที่จะตามมาจะไม่มีความหมาย

Wh/kg (วัตต์ชั่วโมงต่อกิโลกรัม) คือความหนาแน่นพลังงาน ยิ่งสูงยิ่งวิ่งได้ไกลในน้ำหนักเท่าเดิม cycle คือจำนวนครั้งที่ชาร์จ-คายประจุได้ก่อนที่ความจุจะเสื่อมลงถึงจุดที่ยอมรับไม่ได้ (โดยทั่วไปคือ 80% ของความจุเดิม) และ $/kWh คือต้นทุนการผลิตต่อหน่วยพลังงาน หน่วยนี้สำคัญมากเพราะแบตเตอรี่คิดเป็น 35-45% ของต้นทุนรถ EV ทั้งคัน

เคมีแรกคือ NMC ย่อมาจาก Nickel Manganese Cobalt หรือแบตลิเธียมตระกูลแรง มีความหนาแน่นพลังงานสูงที่สุดในกลุ่มที่ผลิตเชิงพาณิชย์ได้แล้วคือ 250-320 Wh/kg ชาร์จ-คายได้ประมาณ 1,500-2,000 cycle และต้นทุนอยู่ที่ $75-110 ต่อ kWh แบตนี้คือสิ่งที่ทำให้รถพรีเมียมวิ่งได้ 500+ กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง

เคมีที่สองคือ LFP ย่อมาจาก Lithium Iron Phosphate หรือแบตลิเธียมเหล็กฟอสเฟต ความหนาแน่นพลังงานต่ำกว่า NMC คือ 160-210 Wh/kg แต่อายุทนกว่ามากถึง 3,000-6,000 cycle และต้นทุนถูกกว่าอยู่ที่ $50-75 ต่อ kWh นี่คือแบตที่ BYD ใช้ในรถส่วนใหญ่ที่ขายในไทยตอนนี้ รวมถึง Tesla Model 3 Standard Range

เคมีที่สามคือ LMFP ชื่อเต็มคือ Lithium Manganese Iron Phosphate เป็น LFP ที่ BYD เพิ่มแมงกานีสเข้าไปเพื่อดันความหนาแน่นพลังงานให้สูงขึ้นได้ถึง 210-240 Wh/kg โดยยังรักษาอายุ 3,000-5,000 cycle ไว้ได้ ต้นทุนอยู่ที่ $60-85 ต่อ kWh เรียกได้ว่าเป็นจุดกึ่งกลางระหว่าง LFP และ NMC

และเคมีที่สี่คือ Sodium-ion หรือที่เรียกกันไม่เป็นทางการว่าแบตเกลือ เพราะใช้โซเดียมแทนลิเธียม ความหนาแน่นพลังงานปัจจุบันอยู่ที่ 160-180 Wh/kg ใกล้เคียง LFP รุ่นเก่าแล้ว วงจรชาร์จสูงถึง 8,000-10,000 cycle ต้นทุนปัจจุบัน $50-70 ต่อ kWh และมีเป้าหมาย mass production ที่ $20-30 ต่อ kWh ตัวเลขสุดท้ายนี้แหละที่กำลังทำให้คนในอุตสาหกรรมนั่งตั้งตัวตรง

กลไกวิศวกรรม: ทำไม Sodium-ion ถึงอึดกว่า

หัวใจของแบตเตอรี่คือกระบวนการที่เรียกว่า ion intercalation หรือการที่ไอออนเคลื่อนที่ไปฝังตัวอยู่ในโครงสร้างของวัสดุขั้วไฟฟ้า ตอนชาร์จไอออนออกจากขั้วบวก (cathode) เดินทางผ่านสารละลายอิเล็กโทรไลต์ไปฝังตัวที่ขั้วลบ (anode) ตอนคายประจุก็วิ่งกลับ กระบวนการนี้ซ้ำไปซ้ำมาทุกครั้งที่ชาร์จ และการที่มันซ้ำได้มากแค่ไหนโดยไม่เสื่อมคือสิ่งที่กำหนดอายุแบต

ปัญหาของลิเธียมคือไอออนที่เล็กและมีพลังงานสูงนั้นก้าวร้าวมาก เมื่อฝังและถอนตัวออกซ้ำๆ มันขยายและหดโครงสร้างวัสดุขั้วไฟฟ้า ทำให้เกิดรอยแตกร้าวขนาดเล็กสะสมไปเรื่อยๆ จนในที่สุดโครงสร้างพัง ยิ่ง NMC ที่มีโคบอลต์ซึ่งไวต่อความร้อน ปัญหานี้ยิ่งชัดเมื่อใช้งานหนัก

โซเดียมไอออนมีขนาดใหญ่กว่าลิเธียมไอออนประมาณ 55% ฟังดูเหมือนเป็นข้อเสีย แต่ในบริบทของ intercalation นั้นกลับกัน ขนาดที่ใหญ่กว่าหมายถึงพลังงานสถิตที่เรียกว่า solvation energy ต่ำกว่า ทำให้ไอออนเคลื่อนที่ข้ามอิเล็กโทรไลต์ได้คล่องกว่าในอุณหภูมิต่ำ นี่คือเหตุผลที่แบต Sodium-ion ทนความหนาวได้ดีกว่า ลิเธียมเจออุณหภูมิใกล้ศูนย์องศาฯ ไอออนเคลื่อนที่ช้าลง กระแสตก และเกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า lithium plating คือลิเธียมสะสมเป็นชั้นโลหะที่ขั้วลบแทนที่จะฝังเข้าไปในโครงสร้าง ชั้นโลหะนี้สร้างความเสียหายถาวรและเป็นความเสี่ยงด้านความปลอดภัยในระยะยาว โซเดียมไม่มีปัญหา lithium plating เพราะกลไก solvation energy ต่างกัน ทำให้ใช้งานได้ตั้งแต่ -40 ถึง +70 องศาเซลเซียส

และยังมีเรื่อง thermal runaway หรือปรากฏการณ์ความร้อนหนีควบคุม ซึ่งคือจุดอ่อนที่ร้ายแรงที่สุดของแบตลิเธียมบางตระกูล เมื่อเซลล์แบตได้รับความเสียหายหรือมีข้อบกพร่อง ความร้อนที่ปล่อยออกมาจะกระตุ้นปฏิกิริยาเคมีเพิ่มเติมซึ่งปล่อยความร้อนอีก เป็นวงจรป้อนกลับที่ไม่มีจุดหยุด ใน NMC ที่มีออกซิเจนในโครงสร้าง cathode สูง ถ้า thermal runaway เกิดขึ้นความร้อนจะสูงถึง 800-1,000 องศาเซลเซียสและลุกไหม้รุนแรง LFP ปลอดภัยกว่าเพราะโครงสร้าง phosphate ยึดออกซิเจนไว้แน่นกว่า Sodium-ion ปลอดภัยกว่า LFP อีกขั้นเพราะแรงดันในเซลล์ต่ำกว่าและเคมีโดยรวมเสถียรกว่า ทำให้เริ่มต้น thermal runaway ได้ยากกว่ามาก

สรุปทางวิศวกรรม: Sodium-ion ไม่ได้ชนะเพราะมีพลังงานหนาแน่นที่สุด แต่ชนะเพราะทน ปลอดภัย และกำลังจะถูก ซึ่งสำหรับงานบางประเภทนั้นสำคัญกว่าระยะทางต่อชาร์จมาก

ใครกำลังชนะ และตลาดกำลังจัดแถวใหม่อย่างไร

แทนที่จะมองว่าเคมีไหนชนะเคมีไหน วิธีที่วิศวกรมองปี 2026 คือแต่ละเคมีกำลังหาตำแหน่งที่ตัวเองได้เปรียบที่สุด

Sodium-ion กำลังเข้าครอบครองตลาดสองส่วนพร้อมกัน ส่วนแรกคือรถ EV ราคาประหยัดสำหรับขับในเมือง (City Car) ที่ไม่ต้องการระยะวิ่งเกิน 300 กิโลเมตรต่อชาร์จ แต่ต้องการต้นทุนต่ำและอายุยาวนาน ตัวอย่างที่จับต้องได้แล้วคือ Changan Nevo A06 รถโดยสารที่ใช้แบต CATL Naxtra ขนาด 45 kWh วิ่งได้ 400 กิโลเมตรตามตัวเลขผู้ผลิต และชาร์จ 15 นาทีถึง 80% CATL ใช้ชื่อแบรนด์สำหรับ Sodium-ion ว่า NextRA ส่วน HiNa Battery ซึ่งเป็นบริษัทที่ก่อตั้งโดยทีมวิจัยจากสถาบันวิทยาศาสตร์จีนก็กำลังเร่งกำลังผลิตเต็มสูบ นอกจากนี้ FAW ร่วมกับ HiNa ทดสอบรถบรรทุกขนาด 339 kWh วิ่งสะสม 15,000 กิโลเมตรสำเร็จแล้ว ซึ่งเป็นสัญญาณว่า Sodium-ion ไม่ได้อยู่ในขั้นทดลองอีกต่อไป

ส่วนที่สองที่ Sodium-ion จะชนะเร็วที่สุดคือ Energy Storage System หรือ ESS ระบบกักเก็บพลังงานขนาดใหญ่สำหรับโซลาร์ฟาร์ม โรงงานอุตสาหกรรม และ AI Data Center ในการใช้งานแบบนี้น้ำหนักและขนาดไม่ใช่ข้อจำกัดเหมือนในรถ แต่อายุและต้นทุนคือทุกอย่าง 8,000-10,000 cycle หมายถึงถ้าชาร์จวันละครั้งจะอยู่ได้ 22-27 ปี เทียบกับ LFP ที่อยู่ได้ 8-16 ปีในการใช้งานแบบเดียวกัน และถ้าต้นทุนถึง $20-30 ต่อ kWh ตามเป้า ผลตอบแทนการลงทุน (ROI) ของ ESS จะเปลี่ยนหน้าตาไปมาก

LFP และ LMFP ไม่ได้หายไป แต่กำลังขยับขึ้นไปแทนที่ตำแหน่ง NMC เดิมในกลุ่ม Long Range EV และ Performance EV ที่ต้องการทั้งระยะทางและความคุ้มค่าในระยะยาว LMFP โดยเฉพาะที่ BYD พัฒนาขึ้นมาคือการตอบโจทย์ segment นี้โดยตรง

ส่วน NMC รวมถึง Semi-Solid State และ Solid-State ที่กำลังพัฒนาจะขยับขึ้นไปอยู่ในงานที่ต้องการความหนาแน่นพลังงานสูงสุดและน้ำหนักเบาสุดโดยไม่คำนึงต้นทุน ได้แก่ หุ่นยนต์ Humanoid ที่ต้องทำงานต่อเนื่อง 8 ชั่วโมงต่อกะ โดรนและการบิน รวมถึงยานยนต์ไฟฟ้าทางอากาศที่กำลังพัฒนา ในงานเหล่านี้น้ำหนักทุกกรัมมีความหมาย

ถามว่า Sodium-ion กำลัง "ฆ่า" LFP ไหม คำตอบของวิศวกรคือไม่ แต่กำลังบังคับให้ LFP ถอยออกจากตลาด mass และขึ้นไปอยู่ในตำแหน่งที่มันได้เปรียบจริงๆ ซึ่งนั่นจะทำให้ทั้งตลาดมีประสิทธิภาพขึ้น

ผลต่อคนไทย: ราคา EV จะเปลี่ยนอย่างไร

อากาศไทยร้อน 35-40 องศาเซลเซียส ข้อได้เปรียบด้านทนความหนาวของ Sodium-ion จึงไม่ใช่ประโยชน์โดยตรงสำหรับการขับในไทย แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นหลัก

ประเด็นที่ตรงกว่าคือถ้า CATL และ HiNa ดัน Sodium-ion ถึง $20-30 ต่อ kWh ได้จริงในช่วงปี 2027-2028 รถ EV City Car ขนาดแบต 30-40 kWh จะมีต้นทุนแบตอยู่ที่ 600-1,200 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 21,000-42,000 บาท เทียบกับตอนนี้ที่ใช้ LFP ต้นทุนแบตเดียวกันอยู่ที่ 1,500-3,000 เหรียญสหรัฐ ความต่างนี้ถ้าผู้ผลิตส่งผ่านมาที่ราคาขายก็หมายถึงรถ EV ราคาต่ำกว่า 500,000 บาทในไทยไม่ใช่ไกลเกินจริงอีกต่อไป

ตลาดที่ Sodium-ion จะเข้ามาในไทยเร็วที่สุดคือ ESS สำหรับโซลาร์ฟาร์มและ AI Data Center โซลาร์ฟาร์มในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือที่กำลังขยายตัวต้องการระบบกักเก็บพลังงานที่อยู่ได้ 20+ ปีโดยไม่ต้องเปลี่ยนแบต และ Data Center ที่กำลังเติบโตตามการลงทุนจากต่างชาติต้องการ backup power ที่เสถียรและคาดการณ์ต้นทุนได้ในระยะยาว ทั้งสองตลาดนี้ตอบโจทย์ได้ดีกว่าถ้าใช้ Sodium-ion

มหาวิทยาลัยขอนแก่นมีทีมวิจัยที่พัฒนา Sodium-ion ได้เองแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องน่ายินดีในแง่ความสามารถทางวิชาการ แต่ต้นทุนปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 13,000 บาทต่อ kWh ซึ่งสูงกว่า global market production ราว 5-8 เท่า ระยะทางจาก lab scale ถึง mass production เป็นช่วงที่ยากและใช้เวลา ความหวังจริงๆ สำหรับไทยในระยะกลางคือการเป็นตลาดที่รับเทคโนโลยีนี้เร็วพอและวางโครงสร้างพื้นฐานให้รองรับได้ก่อนที่ราคาจะถึงจุดที่ทำให้ตลาดระเบิดตัว

จุดต่อไปที่ต้องติดตาม

CATL NextRA มีเป้าหมายเปิดตัว mass production เต็มรูปแบบในปลายปี 2026 ต้นทุนที่ประกาศไว้คือต่ำกว่า $40 ต่อ kWh ในรอบแรก ถ้าตัวเลขจริงออกมาใกล้เคียง นั่นจะดึง LFP ให้ต้องลดราคาตาม และส่งแรงกดดันผ่านมาถึงราคารถ EV ในไทย

ตัวเลขที่ต้องดูต่อเนื่องคือราคา LFP ในตลาดโลก ถ้า Sodium-ion ดัน LFP ลงต่ำกว่า $45 ต่อ kWh นั่นหมายความว่าสงครามราคาเริ่มจริงแล้ว ยอดจดทะเบียนรถ EV ที่ใช้ Sodium-ion ในจีนเป็นตัวบอกว่าเทคโนโลยีนี้ผ่านการยอมรับจากตลาดจริงหรือยัง และสุดท้ายคือประกาศจาก BOI ไทยเกี่ยวกับมาตรการส่งเสริมการนำเข้าหรือผลิต ESS เพราะถ้าไทยเปิดทางให้ Sodium-ion ESS เข้าง่ายกว่า ตลาดโซลาร์ฟาร์มและ Data Center จะตอบสนองเร็ว

สงครามเคมีแบตเตอรี่ไม่มีผู้แพ้ชนะในแบบที่เราจินตนาการ มีแต่การจัดตำแหน่งใหม่ และตำแหน่งที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละเคมีกำลังชัดเจนขึ้นทุกไตรมาส

━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━
#รถไฟฟ้า #แบตเตอรี่

ข้อดีและข้อเสียของระบบเบรคฉุกเฉิน 😎ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB - Autonomous Emergency Braking) ในรถกระบะไฟฟ้า RIDDARA ...
29/06/2026

ข้อดีและข้อเสียของระบบเบรคฉุกเฉิน 😎

ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB - Autonomous Emergency Braking) ในรถกระบะไฟฟ้า RIDDARA RD6 มีทั้งข้อดีที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและข้อจำกัดเมื่อต้องนำมาใช้งานบนสภาพจราจรที่ซับซ้อนของประเทศไทย ดังนี้ครับ

🟢​ข้อดี (Pros)
- ​ลดความเสี่ยงการชนท้ายในเมือง: ในสภาพการจราจรที่ติดขัดของกรุงเทพฯ หรือเมืองใหญ่ ระบบ AEB ที่ทำงานร่วมกับกล้องและเรดาร์จะช่วยตรวจจับรถคันหน้าหากมีการเบรกกะทันหัน และช่วยเบรกให้อัตโนมัติในย่านความเร็วต่ำ ช่วยป้องกันอุบัติเหตุจากการเผลอเรอหรือมองไม่เห็นได้ดี
- ​ปกป้องผู้ใช้ถนนกลุ่มเปราะบาง (VRUs): ระบบของ RIDDARA RD6 สามารถตรวจจับคนเดินถนนและนักปั่นจักรยานได้ ซึ่งเหมาะกับซอยแคบหรือทางข้ามในไทยที่มีการสัญจรพลุกพล่าน
- ​ทำงานร่วมกับระบบความปลอดภัยอื่นได้สมบูรณ์: ตัวระบบ AEB จะเชื่อมโยงกับระบบเตือนการชนด้านหน้า (FCW) โดยจะส่งสัญญาณเตือนที่หน้าจอก่อน หากผู้ขับขี่ยังไม่เหยียบเบรก ระบบถึงจะสั่งการเบรกฉุกเฉิน ช่วยลดการตกใจของผู้ขับขี่ได้ระดับหนึ่ง

🟢​ข้อเสีย / ข้อจำกัดในประเทศไทย (Cons)
- ​ความอ่อนไหวต่อมอเตอร์ไซค์แทรกเลน: พฤติกรรมการขับขี่ในไทยที่มีรถจักรยานยนต์แทรกเลนหรือปาดหน้าในระยะกระชั้นชิดบ่อยครั้ง อาจทำให้ระบบ AEB ประเมินผลผิดพลาดและสั่ง "เบรกหัวทิ่ม" เองโดยไม่จำเป็น ซึ่งเสี่ยงต่อการโดนรถคันหลังชนท้าย
- ​ข้อจำกัดจากสภาพอากาศ (ฝนตกหนัก น้ำท่วม): แม้ RIDDARA RD6 จะมีจุดเด่นเรื่องการลุยน้ำได้ลึก (สะท้อนไลฟ์สไตล์หน้าฝนในไทย) แต่ในขณะที่ฝนตกหนัก ขับลุยน้ำ หรือมีละอองน้ำดีดสะท้อนสูง สิ่งสกปรกและหยดน้ำอาจบดบังเซนเซอร์หรือกล้องหน้ารถ ทำให้ระบบ AEB ขัดข้องหรือหยุดทำงานชั่วคราว
- ​สภาพเส้นทางและป้ายจราจรที่ไม่ชัดเจน: ถนนในประเทศไทยบางช่วงที่มีเส้นเลนจาง หรือมีการก่อสร้างที่มีสิ่งกีดขวางไม่ชัดเจน อาจทำให้ระบบประมวลผลคลาดเคลื่อนจนเกิดการแจ้งเตือนพร่ำเพรื่อ (False Alerts)

👉​ข้อแนะนำ: สำหรับการขับขี่ในเมืองไทยที่มีการจราจรหนาแน่นและสไตล์การขับขี่ค่อนข้างกระชั้นชิด ผู้ขับขี่สามารถเข้าไปปรับตั้งค่า "ระดับความไว" ของการเตือนและการเบรกฉุกเฉินในหน้าจอกลางให้เหมาะสมกับความถนัด เพื่อลดจังหวะการเบรกที่กะทันหันเกินไปได้ครับ

เล็กๆน้อยๆของเรา  อาจจะทำประโยชน์ให้ผู้ได้รับ🙏 ขออุทิศบุญกุศลให้กับเจ้ากรรมนายเวรครับ
29/06/2026

เล็กๆน้อยๆของเรา อาจจะทำประโยชน์ให้ผู้ได้รับ
🙏 ขออุทิศบุญกุศลให้กับเจ้ากรรมนายเวรครับ

เข้าศูนย์เช็คระยะ ช่างจะตรวจลักษณะภายนอกของระบบแบตเตอรรี่ขับเคลื่อน ให้ทุกครั้ง ♦️ ตรวจสอบสภาพฝาครอบแบตเตอรรี่ขับเคลื่อน...
29/06/2026

เข้าศูนย์เช็คระยะ ช่างจะตรวจลักษณะภายนอกของระบบแบตเตอรรี่ขับเคลื่อน ให้ทุกครั้ง
♦️ ตรวจสอบสภาพฝาครอบแบตเตอรรี่ขับเคลื่อน มีรอยข่วน,รอยกระแทก,การสึกกร่อน,การเสียรูปหรือความเสียหายอื่นๆ
♦️ตรวจสอบวาล์วระบบเเรงดันอากาศอยู่ในสภาพสมบูรณ์และปราศจากความเสียหาย
♦️ตรวจสอบชุดสายไฟแรงสูงและสายไฟแรงต่ำ รวมถึงคอนเนคเตอร์ปลั๊กต่างๆ มีความเสียหายหรือไม่

RIDDARA RD6 เข้าศูนย์ทุก 12 เดือน หรือ ระยะทาง 20000 กม.

ผู้ประกอบการและสายโลจิสติกส์ห้ามพลาด พบกับ GEELY RIDDARA รถกระบะพลังงานไหม่ ที่พร้อมยกระดับการขนส่งให้มีประสิทธิภาพมากกว...
29/06/2026

ผู้ประกอบการและสายโลจิสติกส์ห้ามพลาด

พบกับ GEELY RIDDARA รถกระบะพลังงานไหม่ ที่พร้อมยกระดับการขนส่งให้มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม
บรรทุกเต็มพิกัด ขับนุ่มสบายระดับ SUV เพื่อช่วยผู้ประกอบการลดต้นทุนในระยะยาว

🗓️ วันที่ 1–3 กรกฎาคม 2569
📍 ไบเทค บางนา ฮอลล์ Hall 101 บูธ E1
ในงาน LOGISTICS AUTOMATION EXPO 2026

งานที่รวมโซลูชันครบวงจรสำหรับธุรกิจยุคใหม่
✅ Logistics Automation Expo (LAE) 2026

เหมาะสำหรับผู้บริหารและผู้ประกอบการในสาย
Supply Chain /Logistics/Warehouse/ Manufacturing /Cold Chain/Operations

โทร.สอบถาม
080.281.1234

ส่งมอบ RIDDARA RD6 4wd 73.9kWh  สีขาว ให้กับบริษัทใหญ่ย่านเสรีไทย บึงกุ่ม ซื้อไปลองใช้ก่อน 1 คัน  🙏 ขอบพระคุณครับผม
29/06/2026

ส่งมอบ RIDDARA RD6 4wd 73.9kWh สีขาว ให้กับบริษัทใหญ่ย่านเสรีไทย บึงกุ่ม ซื้อไปลองใช้ก่อน 1 คัน
🙏 ขอบพระคุณครับผม

28/06/2026

ความไถลลื่นทางการสื่อสาร

ที่อยู่

ถ. เชื่อมสัมพันธ์ แขวงโคดแฝด เขตหนองจอก จ. กรุงเทพ
Changwat Samut Prakan
10539

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Ev Car By คุณเอ๋ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Ev Car By คุณเอ๋:

แชร์